‘ทรัมป์’ฉีกข้อตกลงแก้โลกร้อนกรุงปารีส อ้างทำมะกันเสียโอกาส-อธิปไตย

green_trumpเอาจนได้ "โดนัลด์ ทรัมป์" ประกาศถอนตัวสหรัฐออกจากความตกลงปารีสลดภาวะโลกร้อนแล้ว อ้างทำตามที่หาเสียงไว้กับคนอเมริกัน "อเมริกาต้องมาก่อน" ทั่วโลกพร้อมใจประณาม ผู้นำยุโรปลั่นไม่เจรจาต่อรอง จีนยืนยันทำตามสัญญาอย่างจริงจัง

เอเอฟพีรายงานว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐแถลงที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2560 ว่ารัฐบาลของเขาจะยุติการปฏิบัติตามความตกลงปารีสปี 2558 ที่ร่วมลงนามโดย 195 ประเทศทั่วโลก รวมถึงสหรัฐและจีน สองประเทศผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ก่อภาวะโลกร้อนรวมกันถึง 40%

 

 

ทรัมป์อ้างว่า ข้อตกลง "แย่ๆ" ฉบับนี้ไม่สอดคล้องกับหลักการ "อเมริกาต้องมาก่อน" ที่เขาเคยให้คำมั่นสัญญาไว้ระหว่างหาเสียง เขาได้รับเลือกเป็นตัวแทนพลเมืองของพิตส์เบิร์ก ไม่ใช่ปารีส และเงื่อนไขในข้อตกลงนี้ก็ปรานีต่อคู่แข่งทางเศรษฐกิจของสหรัฐ อย่างจีน, อินเดีย, และยุโรป มากเกินไป

"เราไม่อยากให้ผู้นำชาติอื่นๆ และประเทศอื่นๆ หัวเราะเยาะเราอีกต่อไป มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว" ทรัมป์กล่าว "ประเทศที่ขอให้อยู่ในความตกลงฉบับนี้ต่อไปก็เป็นประเทศเดียวกับที่ทำให้อเมริกาสูญเสียเงินหลายล้านล้านดอลลาร์ผ่านวิธีปฏิบัติทางการค้า"

ผู้นำสหรัฐซึ่งเคยประกาศว่าปัญหาโลกร้อนเป็นเรื่องโกหก ยังไม่ได้ให้รายละเอียดว่าสหรัฐจะถอนตัวอย่างเป็นทางการอย่างไรและเมื่อใด เขายังกล่าวถึงความเป็นไปได้ว่าอาจมีการเจรจาต่อรองกันใหม่

การตัดสินใจของทรัมป์สร้างความผิดหวังและโกรธแค้นทั่วโลก ความตกลงซึ่งรัฐบาลบารัค โอบามา และรัฐบาลจีนเจรจาต่อรองกันอย่างยากเย็นกว่าจะได้มาฉบับนี้ เป็นความพยายามลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อควบคุมการเพิ่มอุณหภูมิเฉลี่ยของโลก

ภายในสหรัฐ อดีตประธานาธิบดีโอบามาแสดงความเสียใจต่อการตัดสินใจของทรัมป์ พร้อมกับชี้ว่า สหรัฐจะเป็นหนึ่งในไม่ชาติบนโลกนี้ที่ปฏิเสธอนาคต ทั้งนี้ มีนิการากัวและซีเรียเพียง 2 ประเทศที่ไม่เข้าร่วมความตกลงฉบับนี้ ส่วนนางฮิลลารี คลินตัน กล่าวว่า การตัดสินใจของทรัมป์เป็น "ความผิดพลาดครั้งประวัติศาสตร์"

ผู้ว่าการรัฐที่เป็นเดโมแครตทั้งนิวยอร์ก, แคลิฟอร์เนีย และวอชิงตัน พร้อมใจกันประกาศทันทีว่ารัฐของพวกเขาจะเคารพต่อมาตรฐานที่ตกลงไว้ในความตกลงปารีส อาคารสำคัญหลายหลังในนิวยอร์ก เช่น เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์และศาลาว่าการเมือง ทำแบบเดียวกับที่กรุงปารีส คือประดับไฟสีเขียว แสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับความตกลงปารีส

ผู้บริหารธุรกิจยักษ์ใหญ่ ทั้งอีลอน มัสก์ แห่งเทสลา และโรเบิร์ต อิงเกอร์ จากดิสนีย์ ประกาศถอนตัวจากการทำหน้าที่ที่ปรึกษาของทำเนียบขาว ส่วนลอยด์ แบลงก์ไฟน์ ซีอีโอโกลด์แมนแซคส์ ทวีตข้อความแรกในชีวิต ว่าการตัดสินใจถอนตัวของสหรัฐเป็นผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมและต่อความเป็นผู้นำโลกของสหรัฐ

นายกฯ อังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี, ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส และนายกฯ เปาโล เจนติโลนี ของอิตาลี ออกแถลงการณ์ร่วมกันวิจารณ์การตัดสินใจของสหรัฐและยืนกรานว่าจะไม่มีการเจรจาต่อรองอีก มาครงยังได้แถลงทางโทรทัศน์เป็นภาษาฝรั่งเศสและอังกฤษ ความตอนหนึ่งเขาใช้คำขวัญ "ทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง" ของทรัมป์ มาย้อนอย่างเจ็บแสบ โดยเรียกร้องให้ผู้ที่ปกป้องโลกจะ "ทำให้ดาวเคราะห์ของเรากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง"

รัฐบาลจีน โดยนายกฯ หลี่เค่อเฉียง ให้คำมั่นระหว่างเยือนยุโรปเมื่อวันศุกร์ว่า จีนจะยึดมั่นต่อข้อตกลง กระทรวงการต่างประเทศของจีนแถลงว่า จีนมีแผนจะปฏิบัติตามความตกลงปารีสอย่างจริงจัง.

 

ที่มา ไทยโพสต์ 3 มิย 2560

Last Updated on Thursday, 03 August 2017 17:33

You are here: