KLC ชวนอ่านหนังสือ : แด่งานของฉัน แด่วันพรุ่งนี้

book_

       คีย์เวิร์ด 11 ประการ ที่หนุ่มสาวต้องรู้เพื่อไขว่คว้า "งานของฉันเพื่อวันพรุ่งนี้" 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผลงานของผู้เขียน เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด และ พันครั้งที่หวั่นไหวกว่าจะเป็นผู้ใหญ่

ผู้เขียนRando Kim (รันโด คิม),Jae-hyuk Lee (แจฮยอก อี)
ผู้แปล นาริฐา สุขประมาณ

“โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร”

คำถามโลกแตกที่เชื่อว่าเด็กน้อยร้อยละเก้าสิบเก้าจุดเก้าแปดต้องเคยผ่าน แน่นอนว่าการนึกภาพว่าตัวเอง “เป็น” อะไร (aka อยู่ในเครื่องแบบอะไร อาทิ ครู หมอ ตำรวจ นักข่าว ไปจนถึงพริตตี้) ย่อมง่ายกว่าการตอบคำถามที่ว่า “โตขึ้นหนูอยากทำอะไร”

เพราะแน่นอนว่าในวัยประมาณสิบขวบ คงยังไม่มีใครมาบอกกับพวกเขาว่า “หนูๆ การเป็นครูเนี่ยจะต้องรับชั่วโมงสอนอาทิตย์ละ 28 ชั่วโมงนะ และต้องทำผลงานประเมินด้วยล่ะ ไม่งั้นก็ต้องอยู่ขั้นเดิมต๊อกต๋อย เงินเดือนครูมันอาจจะน้อย บางทีหนูอาจต้องเปิดคลาสสอนพิเศษวันเสาร์อาทิตย์ด้วยถึงจะพอกิน” “หนูจ๋า เป็นหมอบางทีก็ต้องเข้าเวรติดกันเกิน 24 ชั่วโมงนะ เวลากินข้าวกินปลาก็อาจจะไม่ค่อยมี อย่าว่าแต่หน้าแฟนเลย หน้าตัวเองบางทีก็ไม่ค่อยได้เห็นเลยจ้ะ ไม่มีแม้แต่เวลาโกนหนวด” ฯลฯ เด็กๆ (รวมถึงคนโตๆที่อยู่ห่างไกลสายงานนั้นๆ) จึงไม่มีทางรู้เลยว่าอาชีพเหล่านั้นเขา “ทำ” กันอย่างไร

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า สิ่งที่เราจะ “ทำ” (หรือกำลังทำอยู่) นั้น จะนำพาไปสู่ความสุขที่มองหาได้จริงๆ

Korean Dream

บทเปิดเรื่องของหนังสือตั้งคำถามว่า “เราทำงานไปทำไม” และ “เป้าหมายของงานที่ทำอยู่คืออะไร” เราจะฟินได้อย่างไรถ้าทำงานที่ได้เงินดี แต่รู้สึกฝืนใจทุกครั้งที่ต้องลุกขึ้นจากเตียงออกไปทำงาน จนกระทั่งเป็น “โรคเกลียดวันจันทร์” แม้เราจะเคยพูดเล่นๆกับเพื่อนเหมือนเป็นโจ๊กประจำตัว แต่แน่ใจแล้วหรือว่าม้นไม่ใช่อาการซึมเศร้าสะสมเมื่อนึกถึงงานที่รออยู่ และเราจะใช้ชีวิตอยู่กับงานนั้นๆอย่างไรในระยะยาว คำตอบของอาจารย์คิมรันโดคือ เราต้องค้นหา “งานของฉัน” (หรือ MY JOB 5 ใน 11 คีย์เวิร์ดที่บอกใบ้ไว้บนหน้าปก) ที่เราจะสามารถใช้ชีวิตอยู่กับมันไปยาวๆอย่างมีความสุข ฟินกันถ้วนหน้า

สังคมการเรียนและการทำงานของเกาหลีใต้ค่อนข้างคล้ายกับเมืองไทยมาก คือการบีบบังคับให้เด็กตั้งหน้าตั้งตาเรียนๆๆๆเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยอันเป็น “บั้งเกียรติยศ” อันหนึ่งมาประดับบนบ่า แล้วก็เอาบั้งนั้นไปเป็นใบเบิกทางเข้าสู่สนามรบในการทำงาน ฟาดฟันกับมังกรที่ชื่อว่า KPI ผลประกอบการ ไปจนถึงสังคมในที่ทำงานอันตึงเครียด (แต่ของไทยน่าจะชิลกว่ามาก)

อาจารย์คิมรันโดเคยกล่าวถึงความใฝ่ฝันของเด็กหนุ่มสาวชาวเกาหลีรุ่นใหม่ (ที่ก็น่าจะคล้ายๆของเด็กไทย) คือการเป็นนักร้องไอดอลที่มีชื่อเสียง ยิ่งในยุคที่เคเวฟบูมไปทั่วเอเชียถึงทั่วโลก ทั้งชื่อเสียงและเงินทองอันหอมหวนจึงดึงดูดให้เด็กหนุ่มสาวมากมายเดินเข้าสู่หนทางนี้แม้จะลำบากและต้องสูญเสียหลายๆอย่างในชีวิตไปตั้งแต่อายุยังน้อย ในวัยที่ยังไม่รู้ว่า “งานของฉัน” คืออะไรกันแน่เสียด้วยซ้ำ

เทรนด์ของวันพรุ่งนี้

แด่งานของฉัน แด่วันพรุ่งนี้ ไม่ได้พูดอย่างโลกสวยว่า “จงไปปลูกผัก ทำสวน อยู่อย่างพอเพียงซะ เพราะความสุขไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเงินนะจ๊ะหนูว์ๆ” หนังสือเล่มนี้บอกเล่าเรื่องราวอาชีพที่เป็น “งานของฉัน” จากทั่วโลก อย่างเป็นรูปธรรม และให้แรงบันดาลใจที่ค่อนข้าง Practical แน่นอนว่างานเหล่านั้นได้ทั้งคุณค่า ความสุขใจ และไม่ใช่กัดก้อนเกลือกิน

ขอสปอยล์เนื้อหาในเล่ม ด้วยการเปิดเผยคีย์เวิร์ด 6 ประการ เกี่ยวกับเทรนด์ของวันพรุ่งนี้ ได้แก่

FUTURE

F – From the White-collar to Brown Collar : จากมนุษย์เงินเดือนสู่แรงงานและช่างฝีมือที่ละเมียดละไม อาจจะดูอุดมคติเล็กๆแต่ก็เพียงพอสำหรับคนที่มีพื้นที่ความฝันขนาดพอประมาณ

U – Utopia for ‘Nomad-Worker’ : งานไม่ประจำที่อาจจะทำเงินกว่า (หรือไม่ก็ได้) แต่ที่แน่ๆคืออิสระ และมีเวลาเพื่อตัวเองได้มากกว่า

T – Towards Social Good : ธุรกิจเพื่อสังคมที่ไม่ใช่องค์กรทำดีเพื่อการกุศล แต่ช่วยเติมเต็มความรู้สึกให้แก่ผู้คนที่ด้อยโอกาสกว่า

U – Unbelievable Power of Fun : พลังแห่งความยืดหยุ่น ทั้งเรื่องเวลา ข้อบังคับ ที่ก่อกำเนิดความคิดสร้างสรรค์และพลังในการทำงานเกินกว่าคาดคิด ข้อคิดจากองค์กรอย่าง Google

R –  Return to Local Places : หวนกลับสู่ท้องถิ่น เป็นบทที่สร้างแรงบันดาลใจกับฉันมากที่สุด เกี่ยวกับการสร้างธุรกิจระดับย่อยในท้องถิ่นของตัวเอง

E – Entrepreneurship for Micro-Startups : ธุรกิจขนาดเล็กใครๆก็ทำได้ แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือไอเดียในการทำต่างหาก

แต่ละบทแบ่งเป็นเรื่องราวย่อยๆของผู้คนหลากหลายอาชีพที่ผู้เขียนพบเจอ ถ้อยคำอาจดู Positive สร้างแรงบันดาลใจจนฮึกเหิม (ว่าถ้าลาออกไปทำตามหมอนี่แล้วชีวีจะมีสุขสินะ) แต่สิ่งที่ควรมองให้ทะลุคือวิธีคิดของพวกเขามากกว่า การใส่ใจรายละเอียดและทุ่มเทกับสิ่งที่ทำ ทำให้งานของเราแตกต่างจากของคนอื่นๆ เช่นการใส่ใจกับการเลือกเมล็ดกาแฟ การคั่ว และการชง ก็ทำให้ร้านกาแฟของเราแตกต่างจากร้านกาแฟแฟรนไชส์อย่างสตาร์บัคส์ หรือการเอาใจใส่ในงานบริการ ก็ทำให้ร้านค้าของเราพร้อมต้อนรับลูกค้าได้มากกว่าร้านค้าทั่วไปที่สักแต่ว่าบริการส่งๆไป

โดยเฉพาะบทที่ว่าด้วยเรื่องการหวนสู่ท้องถิ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันปรารถนาในช่วงวัยที่แก่เกินกว่าจะสู้รบในเมืองหลวงได้ไหว ในเมืองระดับกลางๆ ที่มีห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ร้านกาแฟแบรนด์ดัง ร้านหนังสือเชนสโตร์ที่ครองตลาดหลัก เราจะทำอย่างไรให้คนในท้องถิ่นรักและเลือกร้านของลูกหลานบ้านเราแทนที่จะก้าวเท้าสู่ร้านใหญ่ๆเหล่านั้น มีรายละเอียดและความเอาใจใส่ที่มากมายพอดู

และเป็นโจทย์ที่ท้าทายไม่น้อยเลย

 

 สนใจอ่านหนังสือ  สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ห้องสมุด สำนักงานพระราม 4 ชั้น 3 ต่อ 321· · · · · · · ··

Last Updated on Tuesday, 14 February 2017 14:05

You are here: