ดอยตุงกับหัวใจที่แบ่งปัน

news20092012กระเป๋าผ้าทอมือลายสวยสีสดใสที่วางตรงหน้า ถ้าไม่มีใครบอกคงไม่รู้เลยว่าเย็บขึ้นมาจากผ้าทอหนึ่งชิ้นโดยไม่มีการตัดผ้าให้เหลือทิ้งเลยสักชิ้น เสื้อ กระโปรง กางเกง ดีไซน์เก๋ก็เช่นกัน ผ่านการคิด ออกแบบ วางผ้า เพื่อให้ตัดเย็บออกมาโดยไม่จำเป็นต้องตัดผ้าให้เหลือทิ้ง


ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น ทุกแบบจากแบรนด์ ดอยตุง ผ่านกระบวนการคิด วางแผน ออกแบบมาอย่างรัดกุม เพื่อให้คงตามแนวคิด Sustainable design 

 คุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา ผู้อำนวยการบริหาร โครงการพัฒนาดอยตุงฯ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงแนวคิดดังกล่าวว่า คำว่า Sustainable design เป็นการออกแบบที่คำนึงถึงคน สิ่งแวดล้อม ความยั่งยืนของตัวสินค้า ธุรกิจของตัวสินค้าด้วย หรือ 3 p ได้แก่ people planet profit 

 
สินค้าของเราเกิดขึ้นโดยความไม่ตั้งใจขายสินค้า เราเป็นโครงการพัฒนา ต้องการให้คนเรามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วยการสร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มทักษะ สร้างความสามารถให้กับคน เพราะฉะนั้นจึงเกิดสินค้าของโดยตุงขึ้นมา ทำให้เห็นว่าคนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง P แรก คือ ผู้ผลิต คือ กลุ่มคนที่เราเข้าไปพัฒนาของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง


รวมถึงผู้ใช้สินค้าของดอยตุง เป็นผู้ที่นิยมและเห็นคุณค่าของสินค้าทำด้วยมือ ซึ่งเป็นแบรนด์ไทย ที่สำคัญคือ ต้องเข้าใจว่าสินค้าของดอยตุงไม่เหมือนสินค้าที่ขายตามท้องตลาดเพราะว่า เราทำอันนี้ขึ้นมาเพื่อคนอีกกลุ่มหนึ่ง คือ คนที่ซื้อต้องมีหัวใจที่จะแบ่งปัน และมีหัวใจคิดถึงผู้ผลิตที่อยู่ห่างไกลซึ่งเป็นคนที่มีความยากลำบากกว่าเรา 

 
P ต่อมาคือสิ่งแวดล้อม ถ้าคุณมองดีๆ จะเห็นว่าดอยตุงเลือกสินค้าที่ไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม แต่ถ้าจะบอกว่าปลอดบริสุทธิ์ไม่ทำร้ายเลยคงไม่ใช่แบบนั้น แต่เราพยายามทำร้ายให้น้อยที่สุด เพราะว่าสิ่งสำคัญที่สุดของโครงการเราคือ ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม งานของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงที่ดอยตุงทำคือสิ่งนี้ 

 
P สุดท้าย คือ กำไร เราต้องทำธุรกิจเพื่อเลี้ยงดูโครงการพัฒนาดอยตุงเราด้วย นอกจากหารายได้ไปจ้างงานคนแล้ว เอามาดูแลกิจการของตัวเองแล้ว รายได้ที่เหลือเรานำกลับไปพัฒนาการศึกษาให้คนที่นั่น เรามีโรงเรียน 8 โรงเรียนบนดอยที่เราพัฒนาร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้เด็กๆ มีคุณภาพการศึกษามากขึ้น ไปช่วยด้านการสาธารณสุข ป้องกันไฟไหม้ป่า ปลูกต้นไม้เสริม แม้กระทั่งการนำต้นไม้มีค่ากลับคืนสู่ป่า 

 
เรียบ ง่าย ดูดี ใช้งานได้นาน คือ หลักในการออกแบบสินค้าแบรนด์ดอยตุง ซึ่งควบคู่ไปกับแรงบันดาลใจจาก มรดกทางวัฒนธรรมของชนเผ่าที่อาศัยอยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย รวมทั้งธรรมชาติ 
ถ้าเราดูงานออกแบบจะเห็นว่ามีความชัดเจน คือ ส่วนหนึ่งมีรูปร่างที่ธรรมดา เรียบง่าย เป็นงานออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ ในขณะที่งานออกแบบประเภทพรม ผ้าทอต่างๆ จะมีรูปทรงที่เพิ่มขึ้นมามาก สีสัน เป็นส่วนมรดกสืบทอดมาจากชนเผ่า ผ้าปัก มีลักษณะเฉพาะของแบรนด์ดอยตุง 

 
ในส่วนนี้กล่าวได้ว่าเป็นผลอันเกิดจากการทำงานด้านพัฒนาที่ทางโครงการฯเข้าไปช่วยแนะนำ สอนในเรื่องเทคนิค รวมทั้งนำดีไซเนอร์ทั้งไทยและต่างประเทศเข้าไปร่วมในการทำงาน ทำให้ชาวบ้านได้เรียนรู้ลวดลายใหม่ๆ อ่านลายเป็น มีการพัฒนาทางด้านเทคนิคและฝีมือมากขึ้นเรื่อยๆ 

 
จากการทอผ้าเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน เราพัฒนาต่อยอดให้ทอผ้าทำเครื่องแต่งบ้านเพิ่มมูลค่าไปเรื่อย ส่วนผ้าที่ทอสำหรับการตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปเราแทบไม่ตัดผ้าเลย ใช้วิธีโอบไม่ให้เกิดการสูญเสียผ้า เป็นงานที่ใช้ดีไซน์ที่ต้องใช้วิธีคิด ต้องคิดให้ได้ ดีไซเนอร์ต้องคิดเพื่อให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุด ใช้ผ้าให้หมดได้มากที่สุด ส่วนกระเป๋า กำลังพัฒนาให้ 1 ใบใช้ผ้าไม่ให้เหลือเศษเลย คือ ทอขึ้นมาจับเย็บไม่ให้เหลือเศษ ไม่ต้องตัดผ้า คิดให้เสร็จก่อนลงมือทอ 

 
แบรนด์ดอยตุงมักจะได้รับการกล่าวขานมากว่า เป็นสินค้าที่มีราคาแพง ในเรื่องนี้คุณหญิงพวงร้อยให้เหตุผลว่า 

 
คนมักถามว่าทำไมจึงเป็นสินค้าที่แพง ตอบว่าสินค้าเราเป็นสินค้าคุณภาพ เราคัดเลือกทุกอย่างในการทำ เราคำนึงถึงคุณภาพ ดูเหมือนว่าเราเป็นงานมือที่มีคุณภาพดีมาก เพราะฉะนั้นเราคำนึงถึงผู้ใช้ด้วย 
ผู้ใช้สินค้าของดอยตุง เป็นผู้ที่นิยมและเห็นคุณค่าของสินค้าทำด้วยมือ ซึ่งเป็นแบรนด์ไทย ที่สำคัญคือ เข้าใจว่าสินค้าของดอยตุงไม่เหมือนสินค้าที่ขายตามท้องตลาดเพราะว่า เราทำอันนี้ขึ้นมาเพื่อคนอีกกลุ่มหนึ่ง คือ คนที่ซื้อต้องมีหัวใจที่จะแบ่งปัน และมีหัวใจคิดถึงผู้ผลิตที่อยู่ห่างไกลซึ่งเป็นคนที่มีความยากลำบากกว่าเรา 

 
เป็นไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่แสดงให้เห็นว่าไม่ได้ตั้งใจที่จะซื้อสินค้าอย่างเดียว แต่ซื้อสินค้าคุณภาพดี ใช้ได้คงทน แพงเพราะว่าเป็นงานมือ แพงเพราะว่าเราคัดเลือกคุณภาพอย่างดี แพงเพราะว่าเทคนิคการผลิตที่พิถีพิถันกว่าปกติ อยากบอกว่าจริงๆ แล้วดอยตุง เป็นธุรกิจเพื่อสังคม อยากเน้นว่าถึงเวลาที่เราในฐานะผู้บริโภคเวลาที่เราจ่ายเงินซื้ออะไรสักอย่าง น่าจะมีคุณค่าที่เพิ่มขึ้นได้ งานที่เราทำช่วยการศึกษาเท่ากับเป็นการสร้างพื้นฐานให้กับประเทศชาติ 

 
ได้ยินคุณหญิงกล่าวแบบนี้แล้วเชื่อว่าหลายคนคงเข้าใจและคงจะได้ข้อคิดในการเลือกซื้อสินค้าอย่างมีเหตุผลและรอบคอบมากกว่าความเคยชินที่ ชอบ เป็นที่ตั้ง หากเงินที่ใช้ในการซื้อสินค้าที่เราชอบมีประโยชน์ไปถึงคนอื่นๆ ด้วย 

คอลัมน์ Style&Design: ดอยตุงกับหัวใจที่แบ่งปัน
กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555
เรื่อง: ปิ่นอนงค์ ปานชื่น
ภาพ: เอกรัตน์ ศักดิ์เพชร

Last Updated on Thursday, 20 September 2012 17:02

You are here: