คู่ซี้ซ่อมได้

ipad31.สิ่งที่ปรากฏอยู่ด้านข้างคือไอแพด 3 ถ้าจะเรียกให้ตรงตัวกว่านั้นต้องเติมคำนำหน้าว่า “อดีต” เข้าไปด้วย เพราะเมื่อราว 5 ชั่วโมงก่อน สภาพของมันเมื่อแรกแกะกล่องยังสมบูรณ์ ใหม่กิ๊ก และพร้อมใช้งานอยู่เลย ทว่าในที่สุดก็โดนมือดีชำแหละเปิดแผ่ทุกซอกมุมแล้วแยกอวัยวะภายในทั้งหมดออกมาเรียงอย่างเป็นระเบียบสวยงาม

ไม่ใช่แค่ไอแพด 3 เท่านั้น ไอแพดเจนเนอเรชั่นก่อนนี้และญาติพี่น้องตระกูลแอ๊ปเปิ้ล ไม่ว่าจะเป็นไอโฟน ไอพอด ไอแมค แมคบุ๊ก แมคมินิ ข้ามไปจนถึงแทบเล็ตในสังกัดกาแลคซี่ และแก็ดเจ็ตอื่นๆ ซึ่งเป็นที่นิยมใช้งาน กระทั่งไอโฟน 5 น้องใหม่ล่าสุดของวงการ...ล้วนโดนเปลือยในลักษณะนี้มาแล้ว

นี่ไม่ใช่เรื่องอดิเรกของคนมือซนหรอกนะ แต่มันเป็นงานที่สนุกสนานของวิศวกรและช่างเทคนิคในสังกัด “iFixit” ต่างหาก พวกเขาบรรจงถอดแกะทีละขั้น และบันทึกภาพทีละตอน เพื่อใช้เป็นภาพประกอบคู่มือพื้นฐานสำหรับการชำแหละแก็ดเจ็ตแต่ละรุ่น ซึ่งเขียนบรรยายด้วยถ้อยคำที่เข้าใจง่ายและเป็นมิตรกับผู้อ่าน

แถมยังระบุดีกรีความยากง่ายในการรื้อข้าวของไฮเทคเหล่านั้นด้วยตัวเลขคะแนน โดยไล่เรียงจากยากสุดที่ 1 คะแนนไปจนถึงง่ายสุดที่ 10 คะแนนเต็ม โดยไอแพด 3 เครื่องนี้ได้ไปแค่ 2 คะแนน ด้วยเหตุผลที่ว่า...ส่วนประกอบต่างๆ เชื่อมติดกันด้วยกาว จึงยากจนเกือบจะเป็นไปไม่ได้หากต้องถอดแกะเพื่อเปลี่ยนหน้าจอแตกร้าว เปลี่ยนแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ หรือแม้แต่แยกชิ้นส่วนเพื่อส่งเข้ากระบวนการรีไซเคิล

ส่วนเพื่อนร่วมสังเวียนแทบเล็ตอย่างซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต คว้าไปถึง 8 แต้ม เพราะแค่เปิดฝาหลังออกก็สามารถถอดเปลี่ยนอะไหล่แต่ละชิ้นได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องโยกย้ายส่วนประกอบใดๆ ที่อยู่ข้างเคียง

“แอปเปิ้ลกล่อมให้ผู้คนคิดคล้อยตามไปว่า เมื่อใดก็ตามที่แบตเตอรี่เสื่อม นั่นหมายความว่าอุปกรณ์ชิ้นนั้นใช้การไม่ได้แล้ว และคุณต้องซื้อเครื่องใหม่สถานเดียว” ไคลน์ เวียนส์ (Kyle Weins) ผู้ร่วมก่อตั้งไอฟิกซ์อิท กล่าวแสดงความเห็น

ฟังแล้วรู้สึกจี๊ดๆ ขึ้นมาเลยเชียว สำหรับหลักคิดการออกแบบและผลิตสินค้าที่เน้นสร้างกำไรโดยไม่แยแสการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าของแบรนด์ยอดนิยมนี้

2.
ไอฟิกซ์อิท (iFixit) เป็นบริษัทสัญชาติอเมริกัน อ่านชื่อปร๊าดเดียวก็รู้ว่าดำรงอยู่เพื่อภารกิจ “ซ่อมได้” ก่อร่างขึ้นในปี 2003 โดยไคลน์ เวียนส์และลุก โซลเลส (Luke Soules) เมื่อครั้งที่ทั้งคู่ยังเป็นนักศึกษาหน้าใสวัยเฟรชชี่แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียโปลีเทคนิค

แนวคิดของไอฟิกซ์อิทจุดประกายจากความพยายามของสองหนุ่มที่จะซ่อมไอบุ๊ก (แลปท๊อปรุ่นแรกๆ ของแอ๊ปเปิ้ล) กันเองภายในหอพัก แต่เผชิญอุปสรรคมากมาย นอกจากหาซื้ออะไหล่ไม่ได้แล้ว ยังไม่มีใครชี้แนะวิธีการซ่อม

ในที่สุดก็เจอทางออก พวกเขาสอยเครื่องรุ่นเดียวกันที่พังแล้วจากอีเบย์มาชำแหละดูเครื่องเคราภายใน ชิ้นไหนยังใช้ได้ก็เอามาเป็นอะไหล่เปลี่ยนใส่เครื่องตัวเอง จากนั้นก็ลงมือเขียนคู่มือการซ่อมไอบุ๊กในลักษณะฮาวทู เสร็จแล้วยังส่งไปทดสอบความเข้าใจกับนักเรียนศิลปะ (ที่มักขาดแคลนทักษะงานช่างอิเล็กทรอนิกส์) ด้วยนะว่า อ่านกันรู้เรื่องหรือไม่

จากนั้นจึงขยับขยายเขียนคู่มือการซ่อมแก็ดเจ็ตโน่นนี่นั่นในแบบฉบับของตัวเอง บางชิ้นก็เขียนคู่มือพื้นฐานการชำแหละก่อนจะต่อยอดใช้ในการเขียนอธิบายวิธีซ่อมหรือเปลี่ยนอะไหล่เมื่อแก็ดเจ็ตชิ้นนั้นๆ ออกอาการเกเร เช่น แบตเตอรี่เสื่อม ปุ่มกดไม่ทำงาน หรือเมื่อพังเสียหายในระดับที่ยังซ่อมได้ เช่น จอร้าว เคสแตก โดยคู่มือแต่ละฉบับจะระบุเวลาที่ใช้ในการทำงานและแบ่งระดับความยากเป็น 3 ขั้นคือ ง่าย ปานกลาง และยาก เอาไว้ด้วย

สารพัดคัมภีร์การซ่อมทั้งหมดถูกเผยแพร่บนเว็บไซต์ www.ifixit.com ให้คนจากทุกมุมโลกเข้ามาอ่านขุมความรู้งานช่างกันฟรีๆ ไม่มีหวงหรือกั๊กวิชา แถมยังใจดีให้เผยแพร่ต่อๆ กันไป (แว่วว่าแพร่หลายมากกับร้านซ่อมในประเทศจีน) ระยะหลังก็เพิ่มคู่มือการซ่อมกล้อง ซ่อมรถยนต์ ไปจนถึงการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เช่น ชุดโฮมเธียเตอร์ ไมโครเวฟ เครื่องชงกาแฟ เครื่องปิ้งขนมปัง และอื่นๆ ...จนเรียกว่า “นับไม่ถ้วน” แล้วตอนนี้

หากสนุกกับการซ่อมแล้วสนใจจะร่วมแจมเขียนคู่มือการซ่อมมาเผยแพร่บ้าง พวกเขายิ่งยินดี โดยกำหนดรูปแบบการเขียนให้ยึดเป็นแนวทางและทีมงานขออนุญาตตรวจสอบความถูกต้องเสียก่อน ส่วนคู่มือที่เขียนไปแล้ว หากผู้ใช้รายใดพบเจอข้อผิดพลาดสามารถแจ้งกลับมาเพื่อร่วมกันแก้ไขให้สมบูรณ์ได้เสมอ

แต่บริษัทต้องมีรายได้ เวียนส์และโซลเลสจึงเลือกขายอะไหล่ที่จำเป็นสำหรับงานซ่อมกับอุปกรณ์งัดแงะที่ iFixit ออกแบบและผลิตขึ้นเองเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักซ่อมมือสมัครเล่น ซึ่งสร้างรายได้มากกว่าสองล้านดอลลาร์ต่อปี

การยืนระยะมานานเกือบสิบปีบวกกับตัวเลขจากยอดขายยืนยันว่า ไอฟิกซ์อิทตอบโจทย์ลูกค้าที่อยาก “ซ่อมได้” อย่างเหมาะเจาะและสามารถอยู่รอดปลอดภัยในทางธุรกิจได้เช่นกัน

3.
ขยะอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics Waste) หรือ “อี-เวสต์” (E-Waste) เป็นคำเรียกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดที่หมดสภาพการใช้งาน ทั้งตามเวลาอันควรและก่อนเวลาอันควร

จากภายนอกมันดูจะเป็นขยะที่ไม่น่ารังเกียจอะไร แต่ที่ซ่อนอยู่ภายในชิ้นส่วนต่างๆ คือสารเคมีหลากชนิดและหลายดีกรีความเป็นพิษ อาทิ ตะกั่ว ปรอท สารหน่วงการติดไฟ ซึ่งหากนำไปเผา ฝังกลบ หรือกำจัดอย่างไม่ถูกวิธี สารเคมีที่แฝงอยู่จะกลายเป็นมลพิษที่ปนเปื้อนสู่อากาศ ดิน และแหล่งน้ำ

รีไซเคิลจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ภายใต้เงื่อนไข...ต้องรื้อแยกชิ้นส่วนตามประเภทของวัตถุดิบอย่างถูกต้องและระมัดระวัง เพื่อนำกลับมาเข้าสู่กระบวนการผลิตอีกครั้ง

แต่ในความเป็นจริง การดำเนินการตามขั้นตอนของกรอบกฎหมายสิ่งแวดล้อมและโดยคำนึงถึงสวัสดิภาพของแรงงาน ทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น จึงกลายเป็นว่า อี-เวสต์ส่วนใหญ่ของโลกถูกขนส่งขึ้นเรือไปยังจีน อินเดีย และปากีสถาน ซึ่งกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่เจือจางบวกกับคนงานผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ก็เลยรื้อๆ แงะๆ แกะชิ้นส่วนขยะอิเล็กทรอนิกส์กันตามอัธยาศัย โดยปราศจากอุปกรณ์ป้องกันการสัมผัสหรือสูดดมไอระเหยของสารพิษ

บริษัทขนาดเล็กที่มีพนักงานยี่สิบกว่าชีวิตอย่างไอฟิกซ์อิทจึงเป็นกิจการขายอะไหล่และอุปกรณ์ซ่อมข้าวของอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเติบโตขึ้นด้วยบิ๊กไอเดีย นั่นคือความคาดหวังที่จะสร้างแรงกระตุ้นไซซ์ย่อมๆ ให้ผู้ใช้คันมือคันไม้ลองซ่อมแก็ดเจ็ตของตัวเอง

สองหนุ่มตระหนักดีว่า การเปลี่ยนวิธีคิดและพฤติกรรมของผู้คน โดยเฉพาะในยุคที่กระแสบริโภคนิยมเชี่ยวกรากนั้นเป็นเรื่องยากไม่แพ้เข็นครกขึ้นภูเขา แต่เสียงตอบรับจากสมาชิกชุมชนไอฟิกซ์อิทในโลกออนไลน์ซึ่งมีจำนวนราวๆ ห้าหมื่นคนและผู้ที่ใช้ประโยชน์จากขุมข้อมูลงานซ่อมโดยไม่ยอมเปิดเผยตัวอีกหลายล้านคน ต่างก็เป็นแรงหนุนที่ทำให้ทั้งคู่มั่นใจว่า เลือกเดินไม่ผิดเส้นทาง

ในออฟฟิศของเวียนส์มีแผนที่ระบุตำแหน่งของนักซ่อมได้หลายชีวิต ซึ่งเริ่มต้นจากการเป็นลูกค้าและภายหลังกระโดดเข้ามาเขียนคู่มือการซ่อมเพื่อเผยแพร่ร่วมกับทีมงานไอฟิกซ์อิท

“คนพวกนี้ไม่ได้เรียกตัวเองว่าเป็นนักซ่อมผู้ยิ่งใหญ่ที่จะปลุกกระแสต่อต้านการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ พวกเขาแค่แก้ปัญหาเท่านั้น” เวียนส์กล่าวเรียบๆ

ทว่าวิธีการแก้ปัญหาของนักซ่อมเหล่านั้น รวมถึงแนวคิดของทีมงานไอฟิกซ์อิท มิใช่เรื่องพื้นๆ ธรรมดาๆ เพราะนอกจากจะสะท้อนความเป็นนายของเทคโนโลยีที่ใช้มันอำนวยความสะดวกให้ชีวิต พังเสียหายเมื่อใดก็ซ่อมแซมเพื่อต่ออายุใช้งาน แทนที่จะวิ่งไล่ตามสอยแก็ดเจ็ตรุ่นใหม่ๆ มาครอบครอง ยังเป็นการแสดงออกเพื่อขัดขืนโดยสุภาพต่อแฟชั่นบริโภคนิยมอีกด้วย

...และท่าทีขัดขืนโดยสุภาพของหัวใจสีเขียวนี้เองคือ ความพิเศษที่น่าชื่นชม

 


ที่มา : คนหมุนโลก มูลนิธิโลกสีเขียว

ที่มาภาพประกอบ

ipad3 : http://www.ifixit.com

ifixit logo : http://www.ifixit.com

luke and wiens : http://www.motherjones.com/environment/2012/10/ifixit

Last Updated on Sunday, 04 November 2012 10:38

You are here: