'ดอยตุงโมเดล'สู่ขุนน่าน

kaosod1สำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย (สกว.) นักวิจัยขับเคลื่อนเรื่องป่าเมือง URBAN FOREST จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชวนลงพื้นที่ชมการพัฒนาเชิงพื้นที่ตามแนวพระราชดำริ ปลูกป่า ปลูกคน โดยได้รับความร่วมมือจากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ศึกษาดูงาน โครงการปลูกป่า สร้างคน บนวิถีพอเพียง รักษาต้นน้ำ บรรเทาอุทกภัย ที่บ้านพ่อ ต.แสนทอง อ.ท่าวังผา, ฝายแก้งน้ำกูน บ้านหัวน้ำ ต.ศิลาแลง อ.ปัว และที่บ้านน้ำช้างพัฒนา ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ


kaosod2ณรงค์ อภิชัย ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคสนาม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ผู้ขับเคลื่อนโครงการปลูกป่า สร้างคนฯ กล่าวว่า การแก้ปัญหาป่าต้องดูทั้งลุ่มน้ำ ถ้าคนปลายน้ำสนใจและเข้าใจว่าน้ำที่ไหลมาสู่ปลายก๊อกมาจากป่า จากแม่น้ำปิง วัง ยม น่าน เป็นเจ้าพระยา ถ้ารู้ว่ามาจากไหนจะได้ช่วยกันดูแล ถ้าคนในเมืองปรับพฤติกรรมใช้น้ำ ประหยัดเท่ากับปลูกและรักษา


"ป่าหายไปแล้ว 1.7 ล้านไร่ ทุกคนต้องรับทราบ อย่าดีใจได้ปลื้มเปิดน้ำอยู่ ยังต้องโพสต์สร้างความตระหนักร่วม แต่อย่าตระหนก ตั้งสติ ถ้าเราจะทำก็เปลี่ยนพฤติกรรมเราก่อน และถ้าทำร่วมกับคนต้นน้ำจะทำอย่างไรให้ยั่งยืน เพราะการปลูกป่าต้องทำอย่างต่อเนื่องระยะยาว"


กานต์ เจริญจิตรัตนกุล ผู้ใหญ่บ้านน้ำช้างพัฒนา เล่าว่า สมัยก่อนสร้างฝายต้องตัดต้นไม้ใหญ่ อายุ 30-40 ปี ปีหนึ่งๆ จึงตัดไม้ถึง 600-5,000 ต้น กระทั่งหลังมีการพัฒนาระบบน้ำเพื่อการเกษตร มีการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชนมีส่วนร่วมแล้ว ชาวบ้านก็เปลี่ยนมาอยู่คู่กับป่าเศรษฐกิจ จากเดิมปลูกแต่ข้าวโพด ก็มาปลูกกล้วย มะม่วง กาแฟ ทดแทน เรากินทุกอย่างที่ปลูก ปลูกทุกอย่างที่กิน กินไม่หมดก็ขาย และเราก็คืนป่าให้แล้ว ขอบเขตป่าอนุรักษ์มีพิกัดชัดเจน มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ทหารและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินสำรวจร่วมกัน เรามีแผนที่อันเดียวกัน จึงทำให้เกิดความมั่นใจ


ส่วนคนรุ่นใหม่ พงษ์พัฒน์ เพิ่มถาวร วัย 24 ปี เจ้าหน้าที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ส่วนงานภาคสนาม กล่าวว่า การสร้างความเข้าใจสร้างจิตสำนึกต้องเริ่มตั้งแต่เด็ก ในต.ขุนน่าน เยาวชนอายุ 11-17 ปีไปอบรมที่ดอยตุง เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิต คนอยู่ร่วมกับป่าได้หรือไม่ เราเห็นตั้งแต่การดูแลป่าต้นน้ำ การใช้ทรัพยากร เมื่อมีป่าก็มีน้ำ มีอาชีพ และมีรายได้ ไปดูกาแฟ ซึ่งรายได้นั้นมาจากป่า


หลังอบรม 1 สัปดาห์กลับบ้านไปก็มีแรงบันดาลใจและลงมือทำจริง โดยขอไร่เลื่อนลอยไร่ข้าวโพดมาปลูกป่าไม้ประดู่ ไม้ยืนต้นอายุยืน เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าสีเขียว และเป็นไม้ในอนาคตที่เป็นต้นทุนในการใช้ชีวิต 1 ต้น ตัดขายราคาต้น 40,000 บาท 1 ไร่ ปลูก 100 ต้น ในอีก 25 ปีจึงจะตัดได้


kaosod3วันชัย บัวแสน วัย 34 ปี อาสาสมัครพัฒนา (อสพ.) บ้านน้ำช้างพัฒนา ที่ประยุกต์ "ดอยตุงโมเดล" มาปรับใช้ในต.ขุนน่าน บอกว่า การส่งเสริมการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและมีรายได้ต่อเนื่อง คือเป้าหมายเพื่อลดปัญหาบุกรุกที่ป่าบนดอย เราหาพื้นที่ สำรวจแหล่งน้ำและซ่อมแซมสร้างฝาย 38 ตัว เป็นฝายยกระดับ เบี่ยงทางน้ำเข้าสู่พื้นที่ทำการเกษตรเพื่อสร้างผลผลิต


การแก้ปัญหาเขาหัวโล้น ต้องคำนึงถึงชาวบ้านมีรายได้ สร้างการยอมรับและความเข้าใจการปลูกป่า ทำให้ชุมชนเห็นว่า สิ่งที่ส่งเสริมปลูกกลายเป็นเงินสร้างรายได้ให้ครอบครัว


ขณะที่ ลลิตา บัวแสน วัย 32 ปี เจ้าหน้าที่โครงการปลูกป่าฯ บ้านน้ำช้างพัฒนา ให้ข้อมูลว่า พื้นที่ของหมู่บ้านน้ำช้างมี 4 หมื่นไร่ มีประชากร 250 ครอบครัว 842 คน ผู้นำชุมชน ชาวบ้าน ได้วางกติกาเป็นป่าใช้สอย 3,000 ไร่ คือป่าชุมชนใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ตามกฎกติกาของคณะกรรมการดูแลป่า 62 คน และมีพื้นที่ป่าเศรษฐกิจ 4,312 ไร่


หลังชาวบ้านปลูกป่า 3 อย่างได้ ประโยชน์ 4 อย่าง กล้วยกลายเป็นรายได้หลัก ครอบครัวหนึ่งมีรายได้ 4,000 บาทต่อสัปดาห์ ถ้าทำ 10 ไร่ขึ้นไป มีการรวมกลุ่มแปรรูปกล้วยกรอบส่งโรงงาน 1,500 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ รองลงมา กาแฟ ปลูกไม่ต่ำกว่า 5 ไร่ รายได้ 2,000 บาท จากนั้นเก็บก๋งมาทำไม้กวาด ปีที่แล้วทั้งหมู่บ้านมีรายได้จากก๋ง 2 แสนบาท และร่วมมือป้องกันไฟป่าข้ามพรมแดน


"เมื่อก่อนพ่อแม่ไปถางไร่เลื่อนลอย เราก็ตามไป หลังมีโครงการเข้ามา ชีวิตเราเหมือนเกิดใหม่ จากที่ไม่เข้าใจเรื่องพืช ผสมผสาน เศรษฐกิจพอเพียง คำว่า คนหิวป่าหาย ตอนนี้เราก็เข้าใจแล้ว ถ้าเราอิ่ม ป่าก็kaosod4ไม่หาย หากมีการจัดสัดส่วนป่าได้ดี เราฝันว่า ถ้าเราทำสำเร็จก็อยากขยายองค์ความรู้ให้คนลุ่มน้ำอื่นต่อไป" ลลิตากล่าวทิ้งท้าย

kaosod5

ข่าวสด ฉบับวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2560
ปฤษณา กองวงค์

Last Updated on Monday, 05 June 2017 17:55