คอลัมน์ เปลว สีเงิน คนปลายซอย: ก็เป็นแค่ผีบุญ 'ไชยบูลย์ สุทธิผล'

thaipost1เมืองไทยยังแล้งไม่สะใจ..........
คุณอ้อยแห่ง "มูลนิธิปิดทองหลังพระ" บอก ถ้าอยากสะใจ ต้องไปที่ "เยนันชอง" ของพม่าโน่น รับประกันความผิดหวัง
๓-๔ วันที่หายไป
ผมจึงหายไปกับความไม่ผิดหวังที่ว่านั่น โดยชวนพรรคพวกตีตั๋วเรือบินไปอังกระไอแล้งกันที่เยนันชอง
ก็ไปลงที่เมืองมัณฑะเลย์ แล้วนั่งรถตู้ควบคุมความเร็ว ๘๐ กม./ชม.เขย่าไส้ ฝ่าพยับแดดผ่ากะโหลกเป็นริ้วๆ ไปตามพื้นที่ราบน้องๆ ทะเลทรายอีกค่อนวัน
ใกล้มืดค่ำก็ถึงเยนันชอง
เมือง "แห้งและแล้งที่สุดในพม่า" ชนิดจะได้น้ำสักหยดต้องบดหาเอาในดินทราย
ถ้าอยากทราบถึงสภาพบ้านเมือง และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ผู้คนที่นั่น ให้นึกย้อนถึงหมู่บ้านที่ไหนซักแห่งในตำบลลี้ลับของอำเภอที่ห่างจุดศูนย์กลางโลก แถวๆ ภาคอีสานของเรา
อย่าเอาถึง ๑๐๐ ปี เลย เอาซักประมาณ ๗๐-๘๐ ปี ที่แล้วก็พอ


เยนันชองก็ประมาณนั้น!
ถามว่า แล้วต้องดั้นด้นไปทำไม?
คำตอบด้วย "เหตุผลเฉพาะตัว" ก็คือ ผมอยากไปเห็น อยากนำมาบอกให้พวกเราได้รู้ว่า
ด้วย "ศาสตร์พระราชา"........
ทำให้ชาวเยนันชอง ๖ หมู่บ้าน ที่ทำมาหากิน เพาะปลูกอะไรไม่ได้ ด้วยแผ่นดินน้องๆ ทะเลทราย
จะหาน้ำซักหยด นอกจากน้ำตาตัวเองแล้ว
ต้องขี่เกวียนตะลอนกันค่อนวัน นั่นถึงจะวักน้ำจากทรายรินไปพอกินกันซักหม้อตาลทูนหัว!
ปีๆ ชาวบ้านต้องถูกงูกัดตายเฉียดร้อย เพราะงูกับคนแย่งที่ชื้นอยู่เพื่อชีวิตรอด
ด้วยผมทราบว่า ทางองค์กรระหว่างประเทศ กับรัฐบาลพม่า ประสานความร่วมมือไปทาง "มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์"
ให้นำโครงการพัฒนาทางเลือกในการดำรงชีวิตที่ยั่งยืน ไปช่วยแนะแนวทางให้ชาวบ้านที่นั่น
พูดง่ายๆ ให้ "แม่ฟ้าหลวง" ไปออกแบบชีวิต "ทำอยู่-ทำกิน" ในแผ่นดินแห้งแล้งให้ชาวบ้าน
ให้อยู่กับภูมิประเทศที่ธรรมชาติจัดสรรให้ แบบมีความสุข "ในสิ่งที่ตัวเองมี-ตัวเองเป็น"
"พออยู่-พอกิน-พอเพียง" นั่นแหละ!
ทราบว่า ขณะนี้โครงการจบแล้ว ผมจึงอยากไปดู
คืออยากไปดูว่า ด้วยศาสตร์พระราชา ที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำไปใช้ที่เยนันชองนั้น
เปลี่ยนแปลงชีวิตชาวเยนันชอง ใน ๖ หมู่บ้าน ให้มีสภาพเป็นอย่างไร?
"ของแจก-ของฟรี ไม่มีในศาสตร์พระราชา" นี่คือหลักใหญ่
เพราะศาสตร์พระราชา นำคิด-นำรู้-นำทำ ชาวบ้านอยากได้ ต้องร่วมแรง-ร่วมใจ-ลงมือ ทำไปสู่ชีวิตมีกิน-มีใช้
พอใจกับความสุขที่หาได้ แบบพอเพียงในขั้นต้น "ด้วยตัวเองด้วยทุกคน" ในชุมชนด้วยกัน
ครับ...นี่เกริ่นคร่าวๆ ส่วนรายละเอียด ครึ้มวันไหน ก็จะเล่าไปเรื่อยๆ วันนั้น
ชื่อ "เยนันชอง" นั้น พูดกันตรงๆ ขัดแย้งความเป็นจริงในตัวมันเองชนิด ๓๖๐ องศา!
เยนัน แปลว่า น้ำมัน
ชอง แปลว่า คลอง
สรุป เยนันชอง คือ "คลองน้ำมัน" มันเป็นจริงตามนั้นเปี๊ยบเลย
ในความเป็นพื้นที่แห้งแล้งที่สุดในพม่า แต่ปรากฏว่า ใต้พื้นสภาพผิวโลกตะปุ่ม-ตะป่าเมื่อหลายล้านล้านปี
ไม่มีน้ำกิน-น้ำใช้
มีแต่ "สายน้ำมัน" และก๊าซมหึมา!
ที่อังกฤษเข้ายึดครองพม่า เพราะด้วยเหตุนี้ด้วย อังกฤษยึดพม่าเป็นเมืองขึ้นแล้ว ก็ขุดเอาน้ำมัน-ก๊าซไปขาย กระทั่งวันนี้ พม่า-จีน-อินโดฯ ยังร่วมทุนขุดกันอยู่ ยังไม่หมดง่ายๆ
เยนันชอง มีน้ำมัน-ก๊าซ
แต่เมืองเยนันชอง กลับมีสภาพเป็นเมืองที่โลกลืมทิ้งไว้เมื่อร้อยปีก่อน ไฟฟ้ามีใช้แบบกะปริบ-กะปรอย ไฟดับรายวันเป็นเรื่องธรรมดา
เป็นสัจธรรมที่เห็นชัด เยนันชองรวยน้ำมัน รวยก๊าซ
แต่ชาวบ้านเยนันชอง...จน
ชาวเยนันชอง มีแม่น้ำอิรวดีไหลผ่าน แต่ชาวบ้านไม่มีน้ำกิน-น้ำใช้-น้ำเพาะปลูก?
อืมมมม...ก็น่าพินิจนะ.........
แล้วมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง นำศาสตร์พระราชา ไปเนรมิตให้มีแหล่งน้ำ มีการเลี้ยงสัตว์ มีการทำปุ๋ย มีการปลูกถั่ว-ปลูกงา มีอาชีพค้าขายสินค้าแปรรูปเสริมได้อย่างไร?
ที่สำคัญ ชาวบ้านที่ต้องตายเพราะงูกัดปีละเกือบร้อยคน กลับแทบไม่มีใครตาย
๖ หมู่บ้าน กลายเป็นชุมชนมีสุข ทั้งกาย ทั้งใจ ทั้งสุขภาพ ด้วยพอเพียง ด้วยพอใจ ในสิ่งที่ตัวเองมี-ตัวเองเป็น เหล่านี้ด้วย "ศาสตร์พระราชา" สร้างให้ สร้างแบบไหน?
เถอะ...ขอเวลาให้ผมหายเมาเกวียนและคลายจากเอวเคล็ดซักหน่อย แล้วจะค่อยๆ เล่าสู่กันฟัง
พูดถึงศาสตร์พระราชา ระยะหลังๆ ได้ยิน "นายกฯ ประยุทธ์" นำมาพูดบ่อย อาจมีคนยังไม่ทราบว่าอะไรคืออะไร
เอางี้ ง่ายๆ ถามอาจารย์กู "Google" รู้หมด!
เฉพาะวันนี้ ผมจะนำเฉพาะหัวข้อที่ท่านองคมนตรี "นพ.เกษม วัฒนชัย" บรรยายไว้ในหัวข้อ "หลัก ๒๓ ข้อ ในการทรงงานของพระเจ้าอยู่หัว" มาให้ทราบคร่าวๆ
๑.จะทำอะไรต้องศึกษาข้อมูลให้เป็นระบบ
๒.ระเบิดจากภายใน หมายถึงสร้างความเข้มแข็งจากภายในให้เกิดความเข้าใจและอยากทำ มิใช่สั่งให้ทำ
๓.แก้ปัญหาจากจุดเล็ก คือ มองภาพรวมก่อนเสมอ
๔.ทำตามลำดับขั้น
๕.ภูมิสังคม ภูมิศาสตร์ สังคมศาสตร์ นั้นสำคัญ เพราะการงานทุกอย่างต้องคำนึงถึงภูมิศาสตร์ว่าอยู่แถบไหน อากาศเป็นอย่างไร
๖.ทำงานแบบองค์รวม โดยคิดความเชื่อมโยง
๗.ไม่ติดตำรา เพราะความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด บางครั้งเรายึดทฤษฎีจนเกินไป ทำอะไรไม่ได้เลย
๘.ประหยัด เรื่องง่ายได้ประโยชน์สูงสุด
๙.ทำให้ง่าย
๑๐.การมีส่วนร่วม
๑๑.ต้องยึดประโยชน์ส่วนรวม
๑๒.บริการจุดเดียว
๑๓.ใช้ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ โดยมองธรรมชาติให้ออก
๑๔.ใช้อธรรมปราบอธรรม
๑๕.ปลูกป่าในใจคน ต้องปลูกที่จิตสำนึกก่อน
๑๖.ขาดทุนคือกำไร อย่ามองกำไรขาดทุนที่เป็นตัวเงินมากจนเกินไป
๑๗.การพึ่งตนเอง
๑๘.พออยู่พอกิน
๑๙.เศรษฐกิจพอเพียง
๒๐.ความซื่อสัตย์สุจริต จริงใจต่อกัน
๒๑.ทำงานอย่างมีความสุข
๒๒.ความเพียร
๒๓.รู้ รัก สามัคคี
เอาละ...เสร็จจากรายงานตัว ว่าผมหายหัวไปไหน พอเข้าใจกันแล้ว ก็เข้าเรื่อง แต่ยังมะงุมมะงาหรา ไม่รู้จะเข้าตรงไหน?

Last Updated on Monday, 05 June 2017 18:02